วิธีดูแลรองเท้าคู่โปรดของคุณในหน้าฝน ถึงเฉอะแฉะทุกวันแต่ (รองเท้า) ฉันยังโอเค


วิธีดูแลรองเท้าคู่โปรดของคุณในหน้าฝน ถึงเฉอะแฉะทุกวันแต่ (รองเท้า) ฉันยังโอเค

หน้าฝนแบบนี้สาวๆ หลายคนคงรู้สึกเอือมระอา เพราะฝนที่โปรยปรายลงมาไม่ใช่แคทำให้เดินทางไปไหนมาไหนไม่สะดวก แต่ยังเป็นอุปสรรคต่อการแต่งตัวอีกต่างหาก โดยเฉพาะเรื่องรองเท้าที่จำต้องใส่ออกไปย่ำสู้ความเลอะเทอะเฉอะแฉะ ถ้าเป็นวันชิลๆ จะใส่รองเท้าแตะออกไปคงไม่เป็นไร แต่ถ้ามีนัดสำคัญหรือแต่งตัวไปทำงานก็คงต้องใส่รองเท้าให้สวยงามเหมาะสมกันใช่ไหมล่ะ เมื่อหลีกเลี่ยงความเฉอะแฉะและเลอะเทอะไม่ได้ เมื่อใช้งานเสร็จแล้วก็ต้องดูแลรองเท้าคู่ใจกันหน่อย มาเรียนรู้วิธีดูแลรองเท้าคู่โปรดของคุณในหน้าฝนกันเถอะ

 

1. ใช้ทิชชู่หรือผ้าซับให้แห้งหลังใช้งาน


หากมีอันต้องลุยน้ำหรือฝ่ายนกลับมาที่บ้าน สิ่งแรกที่ควรทำกับรองเท้าคือใช้ทิชชู่ (แบบ kitchen towel ก็ยิ่งดีเพราะเนื้อหนา ซึมซับดี) หรือผ้า ซับน้ำให้แห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ พวกสิ่งสกปรกที่เกาะด้านนอกถ้ายังเช็ดไม่ออกอย่าฝืน เดี๋ยวจะขูดขีดทำให้ผิวรองเท้าเสียไปเปล่าๆ

2. ผึ่งให้แห้ง


เมื่อซับน้ำออกไปแล้วแต่รองเท้ายังมีความชื้นอยู่ ให้นำไปผึ่งลมให้แห้ง ถ้าวางไว้เฉยๆ กลัวจะไม่แห้งสนิท สามารถนำไปผึ่งลมจากคอมเพรสเซอร์แอร์หรืออิงไว้ที่หลังตู้เย็นก็ได้ อุณหภูมิอุ่นๆ ที่เกิดขึ้นจากทำงานของตู้เย็นจะช่วยให้รองเท้าของคุณแห้งสนิทดี ส่วนด้านในรองเท้าสามารถใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ขยำแล้วยัดเอาไว้ช่วยซับความชื้นด้านในอีกแรง เท่านี้รองเท้าก็จะกลับมาแห้งสนิทพร้อมใส่ได้อย่างสบายใจในวันรุ่งขึ้น ถ้ารองเท้ายังชื้นๆ ไม่แห้งสนิทอย่านำมาใส่เด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำให้รองเท้าเสียทรงง่ายแล้ว ยังทำให้รองเท้ารวมทั้งเท้าของคุณมีกลิ่นอับด้วย โดยเฉพาะพวกรองเท้าแบบหัวปิดนี่ตัวดีเชียวล่ะ!

3. ปัดโคลนและคราบฝุ่นออก


เมื่อรองเท้าแห้งดี คุณอาจเห็นว่ายังมีร่องรอยคราบฝุ่นคราบดินที่มากับน้ำที่กระเซ็นมาโดนเกาะอยู่ที่ผิวรองเท้า ให้ใช้แปรงนุ่มๆ ปัดออก คราบฝุ่นคราบดินจะทำความสะอาดง่ายขึ้นตอนที่มันแห้ง ถ้าเป็นรองเท้าหนัง หากปัดออกแล้วยังพบคราบซึมเปื้อนอยู่ ซึ่งจะเปิดขึ้นได้กับพวกรองเท้าผ้าใบทั้งหลาย ก็ต้องใช้วิธีทำความสะอาดที่เหมาะสมขั้นต่อไป

4. กำจัดคราบเปื้อน

  • รองเท้าผ้าใบ ซักจุดเปื้อนด้วยเบกกิ้งโซดา
    ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำเปล่าและไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในสัดส่วน 1 : 1 : 1 คนให้เข้ากันแล้วนำมาป้ายจุดที่เป็นรอยเปื้อน ปล่อยทิ้งไว้ให้จนแห้งสนิทดี (3-4 ชั่วโมง) จากนั้นใช้แปรงปัดออก รอยเปื้อนจะจางลงมากจนแทบสังเกตไม่เห็น แต่อย่างไรก็ดีวิธีนี้เหมาะกับรองเท้าผ้าใบสีขาวหรือสีอ่อนเท่านั้น หากเป็นรองเท้าสีเข้มให้ลองใช้ซักผ้าผสมกับน้ำ ให้ได้น้ำยาซักผ้าแบบละลายอ่อนๆ นำแปรงสีฟันเก่าจุ่มแล้วนำมาถูตรงคราบเปื้้อน เมื่อคราบหลุดหมดดี ใช้แปรงจุ่มน้ำเปล่าถูซ้ำ 2-3 รอบ เพื่อล้างน้ำยาซักผ้า จากนั้นซับจนหมาดแล้วผึ่งให้แห้ง
  • รองเท้าหนัง
    ใช้ครีมหรือน้ำยาทำความสะอาดรองเท้าหนังทาคราบเปื้อน หากเป็นหนังฟอกสามารถใช้น้ำยาล้างจานอ่อนๆ ผสมน้ำได้ แล้วใช้ผ้านุ่มเปียกหมาดเช็ดคราบเปื้อนออก จากนั้นทาด้วยน้ำยาเคลือบหนัง
  • รองเท้าหนังสังเคราะห์
    ใช้ผ้าชุบน้ำยาซักผ้าผสมน้ำอุ่นบิดหมด แล้วเช็ดคราบรอยเปื้อนออก

5. ฉีดเคลือบด้วยสเปรย์กันน้ำ


ถ้าเบื่อจะต้องมานั่งเช็ดนั่งทำความสะอาดยกใหญ่กันบ่อยๆ ตลอดหน้าฝน ลองซื้อสเปรย์กันน้ำมาใช้ดู สเปรย์ที่มีสารกันน้ำจะเคลือบผิวรองเท้าเอาไว้ ทำให้น้ำไม่ซึม ไม่เกาะผิวรองเท้า หยดมาโดนแล้วก็กลิ้งหลุดไปเหมือนหยดน้ำลงบนใบบัว หรือถ้ามีรอยเปื้อนก็จะเช็ดออกได้ง่าย เพราะคราบเปื้อนไม่ซึมลงบนผิวรองเท้า หาซื้อได้ตามแผนกขายรองเท้าในห้างสรรพสินค้า หรือลองเสิร์ชจากอินเทอร์เน็ตดูก็ได้ ตอนนี้ในบ้านเรามีขายหลายยี่ห้อทีเดียว อาทิ Always Dry, Bazooka, Shucare, Repel Wilkins, Wetlees เป็นต้น

แต่พ้อยท์สำคัญคือทำความสะอารองเท้าให้ดีก่อนฉีดเคลือบ ควรฉีดเคลือบ 2 รอบเพื่อผลการกันน้ำที่ดีที่สุด และการฉีดเคลือบแต่ละรอบจะอยู่ได้นานราวๆ 1 เดือน อ้อ! บางยี่ห้อยังเอามาใช้ฉีดกระเป๋าได้ด้วย กระเป๋าใบสวยของคุณก็จะไม่กลัวน้ำเหมือนกัน

Tips & Tricks

  • ถ้าไม่มีเวลามากจะรอผึ่งรองเท้าให้แห้ง ใช้ไดร์เป่าผมเป่าแทนก็ช่วยได้ แต่ไม่ควรใช้กับรองเท้าหนังแท้ เพราะความร้อนของไดร์อาจทำร้ายสภาพหนัง
  • การตากรองเท้าที่ดีควรผึ่งลมหรือตากแดดอ่อนๆ ไม่ควรตากรองเท้าในแดดจัดเพราะความร้อนไม่เป็นมิตรกับหนังและวัสดุรองเท้าบางชิ้น
  • นอกจากสเปรย์เคลือบกันน้ำแล้วอีกสิ่งที่ทำให้ดูแลรองเท้าคุณได้ง่ายขึ้น คือน้ำยาทำความสะอาดรองเท้าที่มาในรูปครีมหรือสเปรย์ วิธีใช้คือฉีดหรือป้ายลงบนรอบเปื้อน ทิ้งไว้ครู่หนึ่งให้น้ำยาทำงานให้คราบเปื้อนอ่อนตัวลง แล้วใช้ผ้าหรือทิชชู่หมาดๆ เช็ดออก ผลิตภัณฑ์นี้หาซื้อได้ตามแผนกขายรองเท้าเช่นกัน หรือจะใช้สเตคลีน ครีมทำความสะอาดอเนกประสงค์ก็ได้ แต่อาจไม่เหมาะกับรองเท้าหนัง เพราะสามารถกัดทำลายเคลือบหนังได้
  • ใส่ซิลิกาเจลไว้ในกล่องรองเท้าช่วยดูดซับความชื้น ซองซิลิกาเจลจากพวกขนมถุงๆ ทั้งหลายเก็บรวมๆ กันแล้วนำมาใส่ไว้ในกล่องรองเท้า หรือจะซื้อถุงซิลิกาเจลแบบใช้ดูดความชื้นจากรองเท้าโดยเฉพาะมาใช้ก็ได้ มีขายที่ร้านทุกอย่าง 60 บาท

หัวข้อยอดนิยม


10 วิธีทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบคู่โปรด Aug 15, 2022
10 วิธีทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบคู่โปรด
รองเท้าผ้าใบเป็นหนึ่งในแฟชั่นไอเทม หรือสปอร์ตไอเทมยอดนิยมสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ค่าที่เป็นรองเท้าสวมใส่สบาย มอบความคล่องแคล่วให้กับทุกการเคลื่อนไหว เป็นสไตน์รองเท้าสุดโปรดที่หลายคนชื่นชอบและต้องมีไว้ใช้หลายๆ คู่รองเท้าผ้าใบนอกจากสวมใส่สบายแล้ว ยังมีดีไซน์สุดเก๋ แม้แต่แฟชั่นแบรนด์ดังระดับโลกยังเดบิวต์รองเท้าผ้าใบดีไซน์เก๋มาให้เราได้จับจองเป็นเจ้าของ สร้างลุคกึ่งสปอร์ตกึ่งแกลมให้เราดูดี หนุ่มๆ หลายคนสะสมรองเท้าผ้าใบแบรนด์โปรดเป็นคอลเลคชั่นไว้ใส่โชว์ด้วยความภาคภูมิใจว่าได้คว้ารองเท้าผ้าใบคอลเลคชั่นดังไว้เป็นเจ้าของเรียบร้อยแล้วแต่รองเท้าผ้าใบคู่โปรดของคุณโดยเฉพาะรองเท้าผ้าใบสีขาวจะดูสวยสด ดูใหม่ไปนานๆ ได้สักเท่าไร หากคุณใส่แล้วไม่ค่อยดูแลรักษาความสะอาด สำหรับคนรักรองเท้าผ้าใบ วันนี้ Central Inspirer มี 10 วิธีง่ายๆ ในการทำความสะอาดรองเท้าผู้ใบคู่โปรดมากฝากคุณ หลายวิธีง่ายมากจนคุณนึกไม่ถึง มาดูกันเลยค่ะ10 วิธีง่ายๆ ในการทำความสะอาดรองเท้าผู้ใบคู่โปรด 1. ทำความสะอาดด้วยน้ำส้มสายชูและเบคกิ้งโซดา ใครจะไปเชื่อว่าน้ำส้มสายชูและเบคกิ้งโซดาสามารถช่วยทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบให้เราได้ โดยเฉพาะรองเท้าผ้าใบสีขาว เพียงผสมน้ำส้มสายชู 1 ถ้วย เบคกิ้งโซดา ½ ถ้วย และน้ำเปล่าเล็กน้อยเข้าด้วยกัน นำส่วนผสมไปถูบริเวณผ้าใบแคนวาสขาวๆ ปล่อยให้แห้ง จากนั้นใช้แปรงสะอาดๆ ขัดถูคราบต่างๆ ออก สุดท้ายเอารองเท้าไปล้างน้ำเปล่าให้สะอาด นำไปตากแดดจนแห้ง คุณก็จะได้รองเท้าผ้าใบที่สะอาด ขาวจั๊วะกลับมาใช้งานได้อีกครั้งค่ะ 2. ทำความสะอาดด้วย Micellar Water หลายคนมีรองเท้าผ้าใบหนังกลับ แต่ไม่ทราบว่าควรทำความสะอาดอย่างไร คุณเชื่อหรือไม่ว่า Micellar Water หรือคลีนซิ่งสูตรน้ำที่เราใช้ทำความสะอาดผิวหน้าหลังการใช้เครื่องสำอาง ช่วยขจัดสิ่งสกปรกออกจากผิว สามารถขจัดคราบสกปรกออกจากรองเท้าผ้าใบหนังกลับคู่โปรดของคุณได้เช่นกัน เพียงคุณหยด Micellar Water สัก 3-4 หยดลงบนสำลีก้อน หรือ 1-2 หยดลงบนคอตตอนบัด นำไปทำความสะอาด หรือกดลงบริเวณจุดที่มีความเปรอะเปื้อน หากคุณไม่ได้ทิ้งคราบสกปรกเหล่านั้นไว้นานจนเกินไป Micellar Water สามารถลดเลือนจุดสกปรกเหล่านั้นไปได้ค่ะสำลีก้อนและคอตตอนบัดน่าใช้ 3. สะอาดได้ง่ายด้วยยางลบดินสอ อีกวิธีที่ช่วยทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบสีขาว หรือคู่สีของคุณได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะรองเท้าผ้าใบที่มีขอบเป็นยาง นั่นคือ ยางลบดินสอ ด้วยวิธีเดียวกับการที่เราลบดินสอ เราเอายางลบมาถูๆ ลบๆ ในส่วนที่มีความสกปรกและริ้วรอย ยางลบดินสอสามารถลบเลือนร่องรอยสกปรกได้อย่างมหัศจรรย์ยางลบดินสอน่าใช้ 4. น้ำยาล้างเล็บช่วยได้ อันที่จริงแล้วน้ำยาล้างเล็บอาจทำร้ายรองเท้าผ้าใบได้ อาจเกิดรอยด่างถ้าเผลอยดน้ำยาล้างเล็บลงบนรองเท้าผ้าใบ แต่สำหรับของยางรอบรองเท้าแล้ว น้ำยาล้างเล็บเป็นน้ำยาทำความสะอาดชั้นดีเลยทีเดียว น้ำยาล้างเล็บสามารถลบริ้วรอยต่างๆ ที่ยางลบดินสอไม่สามารถลบเลือนได้โดยหยดน้ำยาล้างเล็บ 2-3 หยดลงบนก้อนสำลี แล้วนำไปขัดถูบริเวณขอบยางรอบรองเท้า รับรองว่าร่อยรอยสกปรกหายเกลี้ยงน้ำยาล้างเล็บช่วยได้ 5. ทำความสะอาดด้วยยาสีฟัน หากยาสีฟันสามารถขัดให้ฟันคุณขาวสะอาดได้ ยาสีฟันก็สามารถช่วยทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบคู่โปรดของคุณได้เช่นกัน เพียงบีบยาสีฟันสีขาวลงบนแปรงสีฟันด้ามเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้ว ผสมน้ำนิดหน่อยแล้วทำการขัดถูลงบนจุดที่สกปรกของรองเท้าผ้าใบ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าผ้าใบผ้า หนัง หรือเป็นรองเท้าผ้าใบที่เป็นตาข่าย ทิ้งไว้ 10 นาที จากนั้นเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าเปียก ง่ายๆ แค่นี้รองเท้าผ้าใบของคุณก็จะขาวสะอาดสมใจ 6. ทำความสะอาดด้วยกระดาษทิชชู่และน้ำ วิธีนี้ใช้ได้ดีกับรองเท้าผ้าใบที่ผลิตจากผ้า โดยเฉพาะคราบเหลืองๆ ที่ผ่านการทำความสะอาดด้วยวิธีอื่น ใช้ทิชชู่ม้วนหยดด้วยน้ำให้เปียกชุ่ม และแปะลงบนรองเท้าผ้าใบให้รอบ เหมือนการทำงานอาร์ต งานเปเปอร์มาร์เช่ ทิ้งไว้ให้แห้งสัก 12 ชั่วโมง ลอกกระดาษทิชชู่ออก เพียงเท่านี้รองเท้าผ้าใบสีขาวที่มีคราบเหลือง ด่างน้ำก็จะมลายหายไปทิชชู่ม้วนเนื้อนุ่ม 7. ทำความสะอาดด้วยปิโตรเลียม เจลลี่ หลายคนมีรองเท้าผ้าใบที่ผลิตจากหนังสังเคราะห์ที่มีความแวววาว จะเป็นสีขาว หรือสีใดๆ ก็ตาม รองเท้าผ้าใบแบบนี้ถ้ามีริ้วรอยแล้วจะมองเห็นได้ชัดเจน ปิโตรเลียม เจลลี่ หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่าวาสลิน สามารถช่วยทำความสะอาดได้ นำผ้าเนื้อนุ่มจุ่มในวาสลีนเล็กน้อย นำมาขัดบริเวณริ้วรอยบนรองเท้า จากนั้นเช็ดด้วยผ้าสะอาด รองเท้าของคุณก็จะใสวิ๊งเหมือนใหม่ทันที 8. ขัดถูด้วยฟองน้ำมหัศจรรย์ หากคุณรู้จัก Magic Eraser หรือฟองน่ำมหัศจรรย์ ฟองน้ำที่มีความเข็ง ความหยาบในเนื้อผิว ฟองน้ำที่เราใช้ทำความสะอาดคราบต่างๆ ชนิดนี้สามารถช่วยทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบได้ดี นำฟองน้ำไปแช่น้ำให้ชุ่ม แล้วนำมาขัดรอบขอบรองเท้า ใช้ทำความสะอาดได้ดีทั้งรองเท้าผ้าใบใส่ลำลอง รองเท้าหนังกลับ รองเท้าผ้าใบสำหรับการเล่นกีฬา หรือแม้แต่รองเท้าหนัง ควรขัดอย่างเบามือเพื่อป้องกันการขูดขีดผิวรองเท้า แต่รับรองได้ว่ารองเท้าผ้าใบของคุณจะสะอาดเอี่ยมได้อย่างมหัศจรรย์ที่สุด 9. ยาทาเล็บสีขาวช่วยได้ สำหรับรองเท้าผ้าใบสีขาว หากเกิดรอยขีดข่วนเล็กๆ น้อยๆ ไม่คุ้มค่ากับการเอาไปซักหรอกค่ะ เพียงเอายาทาเล็บสีขาวมาแต้มกลบรอยขีดข่วนให้เนียน มองใกลๆ รองเท้าผ้าใบของคุณก็จะดูขาวสวย สดใส ดูใหม่อยู่ตลอดเวลาแนะนำยาทาเล็บสีขาว 10. ดับกลิ่นด้วยถุงชา รองเท้ผ้าใบคู่โปรดสะอาดเอี่ยมแล้ว กลิ่นก็เป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องขจัดให้สิ้น นอกจากการกำจัดกลิ่นด้วยเบคกิ้งโซดาแล้ว ชาถุงก็ช่วยได้ ชามีคุณสมบัติในการดูดและซึมซับกลิ่นเหม็นของรองเท้า นำถุงชา 1-2 ถุงยัดไว้ในรองเท้าผ้าใบ ชาจะช่วยให้รองเท้าผ้าใบสุดเหม็นของคุณมีกลิ่นที่น่าพิศมัยขึ้น ทดลองดูได้ รับรองได้ผล 100%นอกจากวิธีทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบจากของต่างๆ ใกล้ตัวแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ทำความสะอาดคุณภาพน่าใช้ ที่มอบความสะดวกสบายให้คุณทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบคู่โปรดได้ง่ายๆ สะดวกสบาย และประหยัดเวลาคนรักรองเท้าผ้าใบสบายใจได้แล้วว่าการทำความสะอาจรองเท้าผ้าใบคู่โปรดนั้นทำได้แสนง่ายด้วยสิ่งของต่างๆ ที่อยู่รายล้อมอยู่รอบตัวคุณ รักรองเท้า อยากเก็บรองเท้าผ้าใบคู่โปรดไว้ใช้นานๆ ลองฟอลโลว์ 10 วิธีง่ายๆ ที่ Central Inspirer แนะนำไป รับรองได้คุณจะดูเท่กับรองเท้าผ้าใบคู่โปรดไปอีกนาน 

3 วิธีขจัดคราบ บนรองเท้าหนังกลับ Aug 15, 2022
3 วิธีขจัดคราบ บนรองเท้าหนังกลับ
ฝนจ๋าลาก่อน สายฝนโปรยปรายจางหายไปพร้อมพาลมหนาวพัดมาแทนที่ จึงได้เวลาหยิบรองเท้าหนังกลับคู่โปรดออกมาใส่ให้เฉิดฉายกันสักทีจริงไหมล่ะคะ แต่ถึงแม้จะปลอดภัยจากฝน เจ้ารองเท้าหนังกลับก็ยังต้องได้รับการปรนนิบัติอย่างดีดุจลูกรักหลังจากสวมใส่ทุกครั้งอยากให้หยิบแปรงที่ใช้สำหรับทำความสะอาดรองเท้าหนังกลับโดยเฉพาะ มาปัดฝุ่นบนรองเท้าออกสักหน่อย ปัดเบาๆ ไปในทิศทางเดียวกันกับหนังนะคะ ทำเป็นประจำฝุ่นจะได้ไม่เกาะกรังกลายเป็นคราบฝังลึกมาทำให้รำคาญใจในภายหลัง แต่ถ้ากรณีที่มากกว่าฝุ่นอย่างคราบชา กาแฟ น้ำ หรือ น้ำมัน ล่ะ จะทำอย่างไรดี?Joli Care จะมาแชร์ Tip วิธีแก้ปัญหาให้ชาว โจลี สนอป ได้ลองนำไปใช้ ได้ผลอย่างไร หรือใครมีกลเม็ดเคล็ดลับดีๆ ก็มาแชร์เล่าสู่กันฟังด้วยนะคะ1. คราบชา กาแฟกรี๊ดดด! ฉันนี่ร้องกรี๊ดเลย ถ้าสาวๆ ประสบปัญหานี้ให้รีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นกับรองเท้าของเราโดยด่วนค่ะ เริ่มจากซับชา-กาแฟออกจากรองเท้าให้ได้มากที่สุด โดยใช้ผ้าสะอาดซับเบาๆ ตามด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นบิดหมาดๆ ซับเบาๆ จนกว่าจะไม่มีคราบชา-กาแฟติดผ้าขึ้นมา หลังจากนั้นนำผ้าไปชุบกับน้ำที่ผสมน้ำสบู่มาซับเบาๆ เสร็จแล้วล้างคราบน้ำสบู่ออกด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำ และซับด้วยผ้าแห้งจนกว่าจะหายชื้น สุดท้ายถ้ายังมีคราบจอมดื้อฝังรอยที่เช็ดเท่าไหร่ก็ไม่ออกสักที ก็ค่อยนำส่งร้านทำความสะอาดต่อไป แต่ถ้าสาวๆ ได้ทำตามนี้ครบทุกขั้นตอนแล้ว คราบชา-กาแฟจะจางไปเยอะแล้ว เมื่อส่งไปที่ร้านก็จะทำความสะอาดต่อได้ง่ายและฟื้นฟูสภาพกลับมาได้ดีขึ้นค่ะ2. คราบน้ำน้ำใสๆ แต่คือคู่อริชองรองเท้าหนังกลับ หากเปียกน้ำโดยให้รีบเอากระดาษทิชชู่ หรือ ผ้าแห้งซับออก จากนั้นนำดันทรง หรือ กระดาษยัดลงไปให้อยู่ทรง ก่อนนำไปตากให้แห้งในที่แห้งและเย็นหรือในร่มลมโกรก ไม่แนะนำให้ตากแดดนะคะเพราะแดดจะเลียจนสีสวยๆ ซีดและเป็นรอยด่าง นำความเพลียมาให้สาวๆ แทน สุดท้ายก่อนนำออกมากใช้ครั้งต่อไป ก็แปรงสักหน่อยเพื่อให้นุ่มสวยยิ่งขึ้นค่ะ 3. คราบน้ำมันสาว ๆ คงคิดว่าฉันต้องใส่รองเท้าคู่สวยไปที่ไหนกันนะ ถึงไปเผชิญกับคราบน้ำมันติดกับรองเท้าคู่โปรด แต่อย่าชะล่าใจค่ะ หากวันนึงเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจะได้รับมือถูกนะคะ เริ่มจากใช้ผ้าสะอาดหรือทิชชู่ซับน้ำมันออก จากนั้นใช้เบกกิ้งโซดาเทลงบนคราบน้ำมันแล้วทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือ แป้งฝุ่น (หรือแป้งข้าวโพด) ทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน จากนั้นก็ใช้แปรงสำหรับหนังกลับโดยเฉพาะปัดเบกกิ้งโซดาออกให้หมดค่ะ ถ้ารู้เทคนิคเหล่านี้แล้ว สาวๆ อย่างเราก็สามารถขจัดคราบสกปรกทั้ง 3 ชนิด ที่ทำให้เรากังวลไม่กล้าเลือกใส่รองเท้าหนังกลับคู่สวยได้แล้ว

วิธีแก้กลิ่นรองเท้าเหม็น ลดปัญหากลิ่นให้รองเท้าคู่โปรด Aug 15, 2022
วิธีแก้กลิ่นรองเท้าเหม็น ลดปัญหากลิ่นให้รองเท้าคู่โปรด
รองเท้าคู่โปรดไม่ว่าจะสนีกเกอร์หรือรองเท้าแตะ แม้จะใส่สบายมากเพียงใด แต่หากใส่บ่อยๆ และละเลยการดูแล อาจส่งผลให้รองเท้ามีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ใครที่เป็นกังวลเรื่องกลิ่นของรองเท้า วันนี้เรามี How to แก้กลิ่นรองเท้าเหม็น ลดปัญหากลิ่นให้รองเท้าคู่โปรดมาฝากครับสาเหตุของรองเท้าเหม็น มักเกิดจากความอับชื้นหรือความสกปรก ซึ่งเมื่อปล่อยให้ทับถมกันไปนานๆ เข้า ผสานกับแบคทีเรียในบรรยากาศ จะส่งผลโดยตรงทำให้เกิดของเสียและกลิ่นไม่พึงประสงค์นั่นเอง แก้กลิ่นรองเท้าเหม็น ควรดูที่สาเหตุ รูปแบบรองเท้า และกิจกรรมที่สวมใส่รองเท้านั้นๆ ควบคู่กันไปHow to วิธีแก้กลิ่นรองเท้าเหม็นดูแลและรักษาความสะอาดของเท้าอย่างสม่ำเสมอควรทำความสะอาดรองเท้าอย่างน้อยสองเดือนครั้งควรนำรองเท้าไปตากแดดบ่อยๆ เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรคและกลิ่นไม่พึงประสงค์เก็บรองเท้ากล่องเก็บรองเท้า หรือชั้นวางรองเท้าที่เหมาะสม ระบายอากาศได้ดีแนะนำให้ใส่ซองกันชื้นไว้ในรองเท้าแต่ละข้างเมื่อใช้งานเสร็จในแต่ละวัน เพื่อดูดความชื้นออกจากรองเท้า ป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ควรดูแลความสะอาดของเท้าและถุงเท้าของตนเองด้วย เพื่อดปัญหากลิ่นให้รองเท้าคู่โปรดรองเท้าเอ้าท์ดอร์ (Outdoor Shoes)รองเท้าสไตล์เอ้าท์ดอร์ ที่พร้อมลุยทุกที่ อย่าง KEEN Uneek ควรใส่ใจการดูแลเรื่องความสะอาดเป็นอย่างยิ่ง หลายคนมักใส่เป็นรองเท้าคู่ใจ ทั้งในวันสบายๆ และในวันเที่ยวหนักๆ ถึงแม้จะช่วยซัพพอร์ทเท้าได้ดีในหลายกิจกรรม แต่เรื่องกลิ่นอาจจะไม่ซัพพอร์ทซักเท่าไร โดยเฉพาะเมื่อต้องใส่รองเท้าลุยน้ำ หรือต้องใส่รองเท้าทั้งวันจนเหงื่อเริ่มซึมกับผิวรองเท้า อาจทำให้เกิดอับชื้นหรือความสกปรก ส่งผลให้มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ตามมารองเท้าแต่ละรูปแบบควรเลือกอุปกรณ์ทำความสะอาดและอุปกรณ์จัดเก็บที่เหมาะสม เพื่อให้รองเท้ามีอายุใช้งานได้ยาวนานและช่วยลดปัญหากลิ่นด้วยครับเซ็ตอุปกรณ์ทำความสะอาดเฉพาะสำหรับรองเท้า Solitaire มอบการปกป้องและการบำรุงดูแลรักษาในระดับพรีเมี่ยมซึ่งเหมาะกับวัสดุรองเท้าที่หลากหลาย รวมถึงอุปกรณ์เครื่องหนังและผ้าอื่นๆ ในเซ็ตประกอบด้วย โฟมทำความสะอาดคราบสกปรก, สเปรย์บำรุง, สเปรย์ปกป้องหนังและผ้าจากสิ่งสกปรกและความชื้น, แปรงสำหรับหนังกลับและหนังนูบัคถุงดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ SMELLWELL Active ผลิตจากสารธรรมชาติ ด้วย 3 คุณสมบัติในถุงเดียว ทั้งดูดซับความชื้นซึ่งเป็นบ่อเกิดของเชิ้อแบคทีเรีย ไล่กลิ่นเหม็นอับ และให้ประสบการณ์ความหอมสดชื่น เพียงใส่ไว้ในบริเวณที่ต้องการถุงเท้ายางกันน้ำและคราบฝังลึก อุปกรณ์ที่จะช่วยให้รองเท้าคู่โปรดของคุณ อยู่ในสภาพสมบูรณ์เหมือนรองเท้าใหม่ ซึ่ง SOLEKEEPER Rainsocks สามารถทำความสะอาด แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกหลายครั้ง ด้วยวัสดุที่ทำจากพลาสติกที่ความยืดหยุ่น และความคงทนสูง เหมาะสำหรับรองเท้าไซซ์ US4 – 9.5ไม่ว่าจะเป็นรองเท้ายี่ห้ออะไร ควรได้รับการดูแลเรื่องความสะอาดเป็นอย่างดี โดยเฉพาะรองเท้าลำลองที่ใส่เป็นประจำ รวมถึงรองเท้าสไตล์เอ้าทดอร์ ที่มักหยิบมาใส่เป็นประจำและลุยกว่ารองเท้าอื่นๆ แต่ถึงยังไงก็ไม่ควรละเลยรองเท้าที่เก็บไว้ในตู้นานๆ เช่นกัน เราได้แนะนำอุปกรณ์ดูแลรองเท้ามาให้คุณได้เลือกหลากหลาย ช่วยให้การดูแลรองเท้าคู่โปรดเป็นเรื่องง่าย หวังว่าไอเทมเหล่านี้เป็นประโยชน์กับคุณไม่น้อยเลยล่ะ

7 วิธีแก้รองเท้ากัดทำได้จริงหมดปัญหารองเท้าคู่ใหม่ใส่แล้วไม่สบายเท้า Aug 15, 2022
7 วิธีแก้รองเท้ากัดทำได้จริงหมดปัญหารองเท้าคู่ใหม่ใส่แล้วไม่สบายเท้า
รองเท้ากัดแก้ได้ง่าย ๆ ด้วย เคล็ด(ไม่)ลับ กับอุปกรณ์เพียงไม่กี่ชิ้นปัญหายอดฮิตสำหรับหลาย ๆ คนเวลาซื้อรองเท้ามาใหม่ที่ต้องพบเจอกับการถูกรองเท้ากัดจนเกิดแผลหรือรู้สึกไม่สบายเท้าในขณะเดิน ทั้งที่ซื้อมาใหม่จนทำให้ต้องเก็บไว้ในชั้นรองเท้าหรือหลีกเลี่ยงการสวมใส่รองเท้าคู่นั้น ซึ่งปัญหารองเท้ากัดนี้เกิดขึ้นได้ทั้งกับรองเท้าสำหรับผู้ชายและผู้หญิงเลยทีเดียว ซึ่งใครที่พบเจอกับรองเท้ากัดบ่อย ๆ ต้องไม่ควรพลาดเพราะ Promotions.co.th ของเราได้รวบรวมวิธีแก้รองเท้ากัดที่ทำตามได้อย่างง่าย ๆ หมดปัญหาเรื่องเจ็บเท้าไปได้เลยและที่สำคัญใช้ได้กับรองเท้าทุกรูปแบบไอเดียแก้ปัญหารองเท้ากัด หมดกังวลเดินได้สบายแน่นอนว่าเมื่อซื้อรองเท้าใหม่มาทุกคนต้องลองใส่ก่อนเป็นอันดับแรกอย่างแน่นอน แต่ความรู้สึกครั้งแรกที่ใส่หลายคนคงพอรู้สึกได้อย่างแน่นอนว่ารองเท้าคู่นี้คงกัดเท้าแน่ ๆ ซึ่งก่อนจะหยิบรองเท้าคู่ใหม่นี้มาสวมใส่อีกครั้งลองทำตามวิธีที่เรานำมาฝากกันจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องรองเท้ากัดให้สวมใส่ได้สบาย1. ทาวาสลีนการใช้วาสลีนทาลงไปในรองเท้าบริเวณที่กัดเท้า ซึ่งควรทาในปริมาณที่ค่อนข้างหนาจากนั้นทิ้งเอาไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง และเช็ดออกด้วยสำลี วาสลีนจะช่วยให้รองเท้าบริเวณนั้นนุ่มขึ้นบวกกับความลื่นของวาสลีนทำให้สวมใส่รองเท้าได้ง่ายขึ้นและหมดปัญหาเรื่องรองเท้ากัด2. ติดแผ่นกันรองเท้ากัดหนึ่งวิธีง่าย ๆ และเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดีคือการติดแผ่นกันกัดที่รองเท้าบริเวณที่รู้สึกว่ารองเท้ากัน ทั้งบริเวณส้นเท้าหรือช่วงนิ้วเท้า เพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากรองเท้ากัดอีกทั้งแผ่นติดกันรองเท้ากัดยังมีความนุ่มช่วยให้สวมใส่รองเท้าได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย3. ทาด้วยขี้ผึ้งหรือเทียนไขทารองเท้าบริเวณที่กัดด้วยขี้ผึ้งหรือเทียนไข เพื่อทำให้รองเท้านั้นมีความนิ่มยิ่งขึ้น รวมถึงมีความลื่นเพื่อให้สวมใส่ง่ายและไม่ถูกรองเท้ากัด4. โรยแป้งนำแป้งเด็กมาทาที่ด้านในรองเท้าทุกครั้งก่อนทำการสวมใส่ เพราะความลื่นของแป้งจะช่วยให้เท้าไม่เสียดสีกับบริเวณด้านในของรองเท้า ที่ก่อให้เกิดแผลทั้งยังช่วยดูดความชื้นและสวมใส่รองเท้าได้สบายยิ่งขึ้น5. ใช้ผ้าหรือสำลีชุบน้ำนำผ้าชุบน้ำหรือสำลีชุบน้ำมาทาบริเวณด้านในรองเท้าจนชื้น จากนั้นขยำกระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษที่ไม่ใช้แล้วใส่เข้าไปในรองเท้าจนเต็มบริเวณด้านในรองเท้า จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง เช็คว่าด้านในรองเท้าแห้งหรือยังแล้วจึงนำมาสวมใส่ วิธีนี้จะช่วยให้ร้องเท้านิ่มขึ้นแต่ต้องเช็คความแห้งให้ดีไม่อยากนั้นอาจเจอปัญหากลิ่นเหม็นอับของรองเท้าตามมาได้6. สวมถุงเท้ารองเท้าคัทชูหรือรองเท้าผ้าใบ ถือเป็นรองเท้าที่ใส่แล้วกัดเท้าค่อนข้างบ่อยเมื่อเทียบกับรองเท้าชนิดอื่น ๆ ดังนั้นการสวมถุงเท้าก็เป็นทางออกที่ได้ผลดีเลยทีเดียว ทั้งในปัจจุบันยังมีตัวเลือกถุงเท้าหลากหลายแบบที่ตอบโจทย์กับการสวมใส่รองเท้าแบบต่าง ๆ ทั้งยังช่วยไม่ให้เกิดปัญหารองเท้ากัดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย7. ทาออยล์นำออยล์มาทาที่บริเวณด้านในรองเท้า โดยเฉพาะบริเวณที่รองเท้าจะกัดทาทิ้งไว้ประมาณ 2 – 3 วัน ตัวน้ำมันจากออยล์จะช่วยให้รองเท้านุ่มขึ้น สวมใส่ได้ลื่นสบายไม่เจ็บเท้าเลือกซื้อรองเท้าแบบไหนป้องกันปัญหารองเท้ากัดได้แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหารองเท้ากัดนั่นก็คือ “รองเท้า” ซึ่งก็มีวิธีเบื้องต้นที่ให้คุณสามารถเลือกซื้อรองเท้าที่สามารถซัพพอร์ตเท้าของคุณได้ดี และป้องกันปัญหาการถูกรองเท้ากัดตามมาได้อีกด้วยเช่นกัน กับวิธีง่าย ๆ ดังนี้ รองเท้ากัดเลือกขนาดรองเท้าให้พอดีเท้าควรเลือกรองเท้าที่มีขนาดพอดีเท้าจะช่วยแก้ปัญหาการถูกรองเท้ากัดได้ในระดับนึง ไปจนถึงควรเลือกรองเท้าที่ทำจากวัสดุที่นิ่มกำลังดีไม่แข็งจนเกิดไป และไม่ควรเลือกรองเท้าที่แน่นหรือพอดีจนเท้าไม่มีที่หายใจ เพราะเมื่อเท้าของเราเกิดการเสียดสีกับรองเท้าก็จะก่อให้เกิดปัญหารองเท้ากัดและบาดแผลขึ้นได้ ดังนั้นควรเลือกสวมใส่ให้พอดีหรือเผื่อไว้เพิ่มสัก 0.5 ของไซส์รองเท้าเพื่อการสวมใส่ที่ดีขึ้นควรซื้อรองเท้าให้เหมาะกับลักษณะเท้าเท้าแต่ละคนจะมีลักษณะเท้าที่แตกต่างกันออกไป เช่น บางคนเท้าอูม บางคนหน้าเท้าบาน บางคนหน้าเท้าแคบ ซึ่งหากเลือกรองเท้าที่ไม่เหมาะสมนอกจากจะทำให้สวมใส่ได้ม่สบายเท้าแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหารองเท้ากัดตามมาอีกด้วยเลือกจากวัสดุวัสดุรองเท้าสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะยิ่งวัสดุมีความแข็งก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหารองเท้ากัด ดังนั้นควรเลือกรองเท้าที่ทำจากวัสดุที่นุ่มนิ่มกำลังดี ช่วยซัพพอร์ตเท้า และให้สวมใส่ได้สบายมากขึ้นวิธีป้องกันรองเท้ากัดที่เรารวมรวบมาฝากกันน้ำ ก็เป็นวิธีง่าย ๆ ที่สามารถทำได้เพื่อป้องกันปัญหารองเท้ากัดจนทำให้เกิดบาดแผล รวมถึงการเลือกซื้อรองเท้าที่เหมาะสมที่ช่วยให้คุณป้องกันปัญหารองเท้ากัดได้เบื้องต้น ซึ่งอุปกรณ์ที่เรากล่าวมาข้างต้นคุณสามารถเลือกซื้อได้ง่าย ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ทั้ง Lazada, Shopee พร้อมรอสินค้าส่งตรงถึงบ้าน ให้คุณเลือกช้อปพร้อมรับโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษดี ๆ อีกเพียบ
กรอกความคิดเห็น
GATest Google Tag Manager (GTM)