
บริษัทฯ ได้จัดทำจริยธรรมองค์กรฉบับนี้ขึ้นเพื่อให้กรรมการ/ผู้ถือหุ้น/ผู้จัดการฝ่าย และพนักงานทุกคน ของบริษัทฯ ยึดถือและปฎิบัติตาม เนื่องจากบริษัทฯมีความเชื่อที่ว่า แนวทางที่เกี่ยวกับจริยธรรมเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำไปสู่ผลการปฎิบัติงานที่ดีขึ้น
หลักการ
๑. ซื่อสัตย์และเชื่อถือได้
เนื่องจากความซื่อสัตย์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของความเชื่อถือและความไว้วางใจ หากบริษัทไม่ได้รับความเชื่อถือหรือความไว้วางใจแล้ว บริษัทก็ย่อมจะประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจ บริษัทจึงต้องการบรรลุเป้าหมายความสำเร็จ อันได้แก่การได้รับความไว้วางใจและความพึงพอใจอย่างสูงสุดจากลูกค้าของบริษัท ดังนั้นกรรมการ/ผู้ถือหุ้น/ผู้จัดการฝ่ายและพนักงานของบริษัท จึงต้องยืดถือความซื่อสัตย์ (Duty of Loyalty) ความยุติธรรม และความถูกต้องเพื่อให้ได้มาซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจของลูกค้าของบริษัท
๒. ให้ความเคารพนับถือผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอ
พนักงานของบริษัทจะต้องประพฤติ ปฎิบัติตนต่อผู้อื่น ดังเช่นที่ตนต้องการให้ผู้อื่นนั้นปฎิบัติต่อตนเอง ดังนั้น จึงจำเป็นที่ทุกคนในบริษัทจะต้องให้ความเคารพนับถือต่อบุคคลใดๆ ก็ตามที่บริษัททำการติดต่อ หรือ มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
๓. ยุติธรรมไม่แบ่งแยก
ความยุติธรรม และความเสมอภาคเท่าเทียมนั้นจัดเป็นส่วนสำคัญที่จะต้องมีอยู่ในองค์กร การแบ่งแยกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ชนชาติ เผ่าพันธุ์ เพศ ศาสนา อายุ เชื้อสาย หรือด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ถือเป็นการฝ่าฝืนนโยบายของบริษัทอย่างร้ายแรง
ความเหลื่อมล้ำซึ่งเกิดขึ้น อาจเป็นผลมาจากการใช้หรือได้รับข้อมูลหรือบริการที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นจำเป็นที่พนักงานของบริษัททุกคน ควรจะใช้วิจารณญานอย่างระมัดระวัง โดยอาจขอคำปรึกษาจากกรรมการ/ผู้ถือหุ้น/ผู้จัดการฝ่ายได้ ในกรณีที่พนักงานดังกล่าวเห็นว่าตนไม่สามารถใช้วิจารณญานในการตัดสินเรื่องนั้นๆ ได้
๔. ไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาใดๆ รวมทั้งลิขสิทธิ์และสิทธิบัตร
การละเมิดลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร ความลับทางการค้า และข้อตกลง เงื่อนไขในการอนุญาตให้ใช้สิทธิใดๆ หรือสัญญาทางการค้านั้น ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายในทุกกรณี
การใช้ระบบComputer Software ในการทำงานในแต่ละวันของพนักงานบริษัทจะต้องเป็นไปตามที่บริษัทกำหนดไว้ ห้ามทำซ้ำSoftware เว้นแต่ได้รับอนุญาตโดยถูกต้อง
๕. การรักษาความลับ
การรักษาความลับของข้อมูลซึ่งบริษัทได้ให้คำมั่นหรือสัญญาไว้ว่าจะเก็บรักษาไว้เป็นความลับไม่ว่าจะชัดแจ้งหรือโดยปริยายที่บริษัทได้รับหรือรับทราบข้อมูลซึ่งเป็นข้มูลที่มิได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณชนหรือไม่เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติตามสัญญาใดๆของบริษัทก็ตาม พนักงานทุกคนของบริษัทจะต้องเก็บรักษาความลับซึ่งอาจมีผลทำให้ขาดความไว้วางใจจากลูกค้า คู่สัญญา ผู้จัดหาวัตถุดิบหรือสินค้าให้กับบริษัท (suppliers) หรือ คู่ค้าทางธุรกิจหรือ บุคคลอื่นใด
๖. ความถูกต้องในการเก็บบันทึกข้อมูลทางบริษัท
ข้อมูลต่างๆของบริษัทจะต้องถูกเก็บรักษาและทำการบันทึกไว้อย่างถูกต้อง และตรงต่อเวลาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน โดยข้อมูลดังกล่าวรวมถึงข้อมูลทุกประเภท เช่น ข้อมูลด้านคุณภาพ ข้อมูลด้านความปลอดภัย ข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลด้านการเงินและการบัญชี
สมุดและรายงานด้านการเงินและการบัญชีทั้งหมดของบริษัท จะต้องแสดงถึงธุรกรรมและเหตุการณ์ต่างๆอย่างถูกต้องและเป็นไปตามหลักการบัญชีที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป อีกทั้งเป็นไปตามระบบการควบคุมภายในที่ดี
๗. การปฎิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ
บริษัทมุ่งหวังที่จะให้พนักงานของบริษัทให้ความสำคัญในการประพฤติและปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท รวมถึง การปฎิบัติตามที่กฎหมายกำหนดในเรื่องของการยื่น แบบภาษีและการชำระภาษีซึ่งจะต้องกระทำภายในเวลาที่กำหนดและอย่างถูกต้องและผ่านการตรวจสอบอย่าง ถูกต้องแล้ว
๘. เป็นธรรมต่อคู่แข่งทางธุรกิจ
นโยบายของบริษัท คือ การแข่งขันอย่างเป็นธรรม แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและแน่วแน่ในขณะเดียวกันบริษัทจะไม่นำวิธีที่ผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรมมาใช้ในการรวบรวมข้อมูลที่นำมาใช้เพื่อประโยชน์ในการแข่งขันรวมทั้งห้ามมิให้มีการลักลอบขโมยหรือใช้ข้อมูลใดๆ ที่สำคัญ ข้อมูลทางการค้า หรือความลับทางการค้าซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของข้อมูล หรือทำการล่อลวงหรือกระทำการใดให้พนักงานลูกจ้างเดิมหรือลูกจ้างปัจจุบัน ของบริษัทดังกล่าวเปิดเผยข้อมูลอันเป็นความลับนั้นๆ ให้แก่บริษัท
๙. รับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น
การปฎิบัติงาน การดำเนินการ และการตัดสินใจใดๆ ของพนักงานบริษัทจะเป็นไปเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นเท่านั้น
ห้ามพนักงานของบริษัทนำทรัพย์สินของบริษัทไปใช้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของบริษัท หรือเพื่อให้เกิดความเกี่ยวพันทางด้านการเงินกับผู้จัดหาวัตถุดิบหรือสินค้าให้กับบริษัท (suppliers) คู่ค้า หรือคู่แข่งของบริษัท
จรรยาบรรณของกรรมการบริษัท/ผู้ถือหุ้น/ผู้จัดการฝ่าย
๑.การเปิดเผยข้อมูลของบริษัท และการประชาสัมพันธ์
๑.๑ พึงระลึกว่าการกล่าวหรือให้ข้อมูลอันใดต่อบุคคลภายนอกหรือสื่อมวลชน โดยจะต้องชี้แจงให้ชัดเจนถึงคุณวุฒิและคุณสมบัติของผู้ให้ข้อมูลว่าการกล่าวในฐานะส่วนตัวหรือตำแหน่งหน้าที่ใด การมีส่วนได้เสียร่วมกับบุคคลกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดที่ได้รับผลประโยชน์จากข้อมูลหรือข้อความหรือ ข้อคิดเห็นนั้นๆ
๑.๒ พึงระลึกว่าการพูดกันระหว่างเพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่ญาติ ในเรื่องที่ตนเองไม่รู้จริงหรือพูดจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง นอกจากจะเป็นการสร้างความไม่น่าเชื่อถือแก่ตนเองแล้วยังเป็นการสร้างความไม่น่าเชื่อถือต่อองค์กรด้วย
๑.๓ ควรมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ ให้ความกระจ่าง ความชัดเจนในเนื้อหาข้อมูลของงานที่ตนกระทำหรือรับผิดชอบเพื่อความโปร่งใส โดยมีเงื่อนไขว่า การให้ข้อมูลเหล่านั้นจะต้องไม่กระทบกระเทือนบุคคลอื่นและสมควรเปิดเผยได้
๑.๔ ไม่ควรให้ข้อมูลข่าวสารใดๆ ที่มิได้เป็นข้อมูลหรือข่าวสารที่เกิดจากหน้าที่ความรับผิดชอบของตน
๑.๕ ควรระมัดระวังการให้ข้อมูลข่าวสารแก่บุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวกับกิจกรรมหรือแผนงานทางธุรกิจในอนาคตของบริษัท
๑.๖ การให้ข้อมูลและข่าวสารต่างๆ ควรกำหนดให้ชัดเจน กะทัดรัด ใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและระมัดระวัง มิให้ ผู้ใช้เกิดความสับสนและสำคัญผิดในข้อเท็จจริง โดยให้ความความสำคัญกับเนื้อหามากกว่ารูปแบบและระบุเงื่อนไขที่สำคัญหรือสมมุติฐานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน
๒. การขัดแย้งผลประโยชน์
๒.๑ ไม่ประกอบธุรกิจ ดำเนินการ หรือลงทุนใดๆ อันเป็นการแข่งขันกับบริษัท ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม
๒.๒ ต้องไม่ให้ข้อมูลภายใน ข้อมูลความลับของบริษัทเพื่อประโยชน์ส่วนตัว หรือเปิดเผยแก่บุคคลภายนอกหรือคู่แข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ หรือเมื่อออกจากการจ้างของบริษัทแล้ว โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัท อาทิเช่น เรื่องเกี่ยวกับการมีมติการประมูลราคา แผนงานรายได้ แผนการตลาด การคาดการณ์ล่วงหน้าเกี่ยวกับการเงินหรือธุรกิจของบริษัท
๒.๓ ในกรณีที่กรรมการบริษัท/ผู้ถือหุ้น/ผู้จัดการฝ่าย และ/หรือบุคคลในครอบครัว เข้าไปมีส่วนร่วม หรือเป็น ผู้ถือหุ้น หรือเป็นกรรมการหรือที่ปรึกษา หรือมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในบริษัทอื่นนอกกลุ่มบริษัทฯ จะต้องไม่ขัดแย้งต่อประโยชน์ และการประกอบหน้าที่โดยตรงในบริษัทฯ รวมทั้งต้องได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร จากบริษัทก่อน
๒.๔ ควรหลีกเลี่ยงทั้งโดยตนเองหรือครอบครัวในการติดต่อ การให้หรือรับสิ่งของ หรือเงิน หรือประโยชน์อย่างอื่นจากบุคคลอื่นที่มีหน้าที่หรือธุรกิจเกี่ยวข้องกับบริษัท หรือคู่ค้า เว้นแต่ในเทศกาลหรือประเพณีนิยมในมูลค่าที่เหมาะสม
๒.๕ เมื่อมีผลประโยชน์ส่วนตัวอื่นใดนอกเหนือไปจากที่ได้รับจากบริษัท ควรเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อบริษัททันที
จรรยาบรรณของพนักงาน
๑. การเปิดเผยข้อมูลบริษัท และการประชาสัมพันธ์
๑.๑ พึงระลึกว่าการกล่าวหรือให้ข้อมูลอันใดต่อบุคคลภายนอกหรือสื่อมวลชน โดยจะต้องชี้แจงให้ชัดเจนถึงการกล่าวในฐานะส่วนตัวหรือตำแหน่งหน้าที่ใด การมีส่วนได้เสียร่วมกับบุคคลกลุ่มหนึ่ง กลุ่มใดที่ได้รับผลประโยชน์จากข้อมูล หรือข้อความ หรือข้อคิดเห็นนั้น ๆ
๑.๒ พึงระลึกว่าการพูดกันระหว่างเพื่อนร่วมงานเพื่อนนอกองค์กรหรือแม้แต่ญาติ ในเรื่องที่ตนเองไม่รู้จริง หรือพูดจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง นอกจากจะเป็นการสร้างความไม่น่าเชื่อถือแก่ตนเองแล้ว ยังเป็นการสร้างความไม่น่าเชื่อถือต่อองค์กรด้วย
๑.๓ มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ ให้ความกระจ่าง ความชัดเจนในเนื้อหาข้อมูลของงานที่ตนกระทำหรือ รับผิดชอบเพื่อความโปร่งใส โดยมีเงื่อนไขว่าการให้ข้อมูลเหล่านั้นจะต้องไม่กระทบกระเทือนบุคคลอื่นและสมควรเปิดเผยได้
๑.๔ ไม่ควรให้ข้อมูลข่าวสารใดๆ ที่มิได้เป็นข้อมูลหรือข่าวสารที่เกิดจากหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเอง ยกเว้นได้รับความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชา
๑.๕ ควรระมัดระวังการให้ข้อมูลข่าวสารแก่บุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวกับกิจกรรม หรือแผนงานทางธุรกิจในอนาคตของบริษัท และควรแนะนำให้บุคคลหรือหน่วยงานนั้นติดต่อขอข้อมูล โดยตรงกับหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการให้ข้อมูลข่าวสาร
๒. การขัดแย้งผลประโยชน์
๒.๑ ไม่ประกอบธุรกิจ ดำเนินการ หรือลงทุนใดๆ อันเป็นการแข่งขันกับบริษัท ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม
๒.๒ ไม่ใช้ข้อมมูลภายใน ข้อมูลความลับของบริษัท เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือเปิดเผยแก่บุคคล ภายนอกหรือคู่แข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ หรือเมื่ออกจากการจ้างของ บริษัทแล้วโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัท อาทิเช่น เรื่องที่เกี่ยวกับการมีมติการ ประมูลราคา แผนงานรายได้ แผนการตลาด การคาดการณ์ล่วงหน้าเกี่ยวกับการเงินหรือธุรกิจของบริษัท
๒.๓ หลีกเลี่ยงทั้งโดยตนเองในการติดต่อ การให้หรือรับสิ่งของ หรือเงิน หรือ ประโยชน์อย่างอื่น จากบุคคลอื่นที่มีหน้าที่หรือธุรกิจเกี่ยวข้องกับบริษัท หรือคู่ค้า เว้นแต่ในเทศกาลหรือประเพณีนิยมในมูลค่าที่เหมาะสม และต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
๓. การประพฤติปฎิบัติเกี่ยวกับเงิน ของขวัญและการเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ
๓.๑ การรับประโยชน์และการเกี่ยวข้องทางการเงินกับผู้ทำธุรกิจบริษัท
๓.๑.๑ ไม่เรียกร้อง หรือยอมจะรับเงิน สิ่งของ หรือประโยชน์อื่นใดจากลูกค้า ผู้แทนจำหน่ายพ่อค้า ผู้รับเหมา ผู้ขายสินค้าและบริการให้บริษัท หรือจากบุคคลอื่นใดที่ทำธุรกิจกับบริษัท นอกจากนี้พนักงาน ไม่ พึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเงิน เช่น ร่วมทุน หรือร่วมทำการค้า ให้ยืมหรือกู้ยืมเงิน เรี่ยไรใช้เช็คแลกเงินสด ซื้อสินค้าเป็นเงินเชื่อ ซื้อขายเช่าหรือให้เช่า หรือก่อภาระ ผูกพันทางการเงินใดๆ กับบุคคลดังกล่าวข้างต้น
๓.๑.๒ บริษัทประสงค์ให้พนักงานหลีกเลี่ยงการให้หรือรับสิ่งของ หรือจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท เว้นแต่ในช่วงเทศกาลหรือประเพณีนิยม ในมูลค่าที่เหมาะสม ซึ่งพนักงาน ควรพิจารณาหากมีข้อ สงสัยให้ปรึกษาผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานโดยทันที
๓.๑.๓ ควรหลีกเลี่ยงการรับเลี้ยงรับรองในลักษณะที่เกินกว่าเหตุความสัมพันธ์ปกติจากบุคคลที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับงานของบริษัทฯ
๓.๑.๔ การรับของขวัญในรูปแบบของค่านายหน้า เงินกู้ยืม ส่วนแบ่งกำไร ใบหุ้น หรือสิ่งอื่นๆที่เทียบเท่าเป็นสิ่งที่ต้องห้ามโดยเด็ดขาด
๓.๒ การให้ประโยชน์และการเกี่ยวข้องทางการเงินกับผู้ทำธุรกิจกับบริษัท
๓.๒.๑ บริษัทมีนโยบายที่จะไม่ให้มีการมอบของขวัญในรูปเงินสดในนามบริษัท เว้นแต่กรณีที่ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจน เช่น
ก. เป็นไปโดยพอประมาณ ไม่บ่อยครั้ง และเหมาะสมกับโอกาส
ข. ให้สอดคล้องกับนโยบายของบริษัท ในเรื่องจรรยาบรรณ
ค. เพื่อให้เกิดการตัดสินใจทางธุรกิจที่ถูกต้องและดีงาม
ง. อยู่ภายใต้ความประพฤติและจารีตประเพณีที่ดีงาม
๓.๒.๒ ของขวัญหรือเงินสดทั้งหมด ต้องทำการเบิกเป็นค่าใช้จ่ายตามปกติในแบบการเบิกค่าใช้จ่ายของพนักงาน แต่ทั้งนี้ต้องมีการบันทึกวัตถุประสงค์ของค่าใช้จ่ายที่ถูกต้องละชัดเจน
๓.๒.๓ ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท พนักงานอาจมีค่าใช้จ่ายเพื่อการเลี้ยงรับรองบ้างใน มูลค่า พอประมาณ และอนุมัติโดยผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงาน รวมถึงสอดคล้องกับ ประเพณีนิยมในท้องถิ่น นั้น โดยทั่วๆไปการเลี้ยงรับรองไม่ควรจะกระทำบ่อย ควรจะอยู่ในขอบข่ายที่เหมาะสมกับความรับผิดชอบทางธุรกิจแต่ละบุคคล และควรเป็นการเลี้ยงในลักษณะ ตอบแทนซึ่งกันและกัน จึงจะถือว่าเป็นรายจ่ายปกติในการดำเนินธุรกิจ
๔. การประพฤติปฎิบัติ
๔.๑ ต่อบริษัท
๔.๑.๑ ควรอุทิศตนให้งานบริษัทอย่างเต็มที่ รักษาระเบียบวินัย ตรงต่อเวลาและซื่อสัตย์ ยึดมั่นในนโยบายของบริษัทที่จะดำเนินธุรกิจให้มีความมั่นคง มีผลกำไร
๔.๑.๒ ควรใช้และรักษาทรัพย์สิน/อุปกรณ์ของบริษัท ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่ นำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือใช้ทำงานให้กับสถานประกอบการอื่นทั้งในเวลางานซึ่ง ถึงแม้สถานประกอบการอื่นนั้น จะดำเนินธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทก็ตาม ควบคู่ไปกับ การสร้างจิตสำนึกในตนเอง ปลูกฝังให้มีความรักการประหยัด รวมทั้งให้ความเอาใจใส่และช่วยดำเนินการใดๆ ที่จะรักษาสภาพ แวดล้อมในการทำงาน ให้มีความสะอาด ปลอดภัย และน่ารื่นรมย์อยู่เสมอ
๔.๑.๓ ควรหลีกเลี่ยงและระมัดระวังการแสดงความคิดเห็น การนำข้อมูลหรือเรื่องราว ของพนักงานอื่น หรือ ผู้บริหารทั้งในเรื่องที่เกี่ยวกับการปฎิบัติงานและเรื่องราวส่วนตัวไปเปิดเผยหรือวิพากวิจารณ์ ในลักษณะที่จะก่อ ให้เกิดความเสียหายหรือกระทบกระเทือนแก่พนักงาน ผู้บริหาร หรือภาพพจน์และชื่อเสียง โดยรวมของบริษัท
๔.๑.๔ ควรหมั่นแสวงหาเพิ่มพูนความรู้ เพื่อเป็นบุคลากรที่เพียบพร้อมด้านคุณวุฒิและประสบการณ์ โดยตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานของความเป็นผู้มีคุณธรรมและซื่อสัตย์สุจริต
๔.๑.๕ พึงรักษาและร่วมสร้างสรรค์ให้เกิดความสามมัคคี และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในหมู่พนักงาน สร้างบรรยากาศของการทำงานที่เปิดโอกาสให้มีการเสนอข้อคิดเห็นใหม่ๆ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ รวมถึงการเอาใจใส่อย่างจริงจังและเคร่งครัดต่อกิจกรรม ทั้งปวงที่จะเสริมสร้างคุณภาพและการพัฒนาองค์กรไปสุ่ความเป็นเลิศ
๔.๑.๖ พึงละเว้นความสัมพันธ์เชิงเสน่หา อันจะนำไปสู่การเอื้อประโยชน์กับผู้ร่วมงานผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียกับบริษัท
๔.๑.๗ บริษัทมีนโยบายว่า พนักงานต้องมีความรับผิดชอบต่อองค์กรร่วมกัน หมายถึง การไม่นิ่งเฉย เมื่อเห็นบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือสมาชิกในองค์กรปฎิบัติหน้าที่อย่างไม่ถูกต้องหรือกระทำการใดๆที่จะเป็นผลเสียต่อองค์กร ด้วยการบอกกล่าวตักเตือนพนักงานผู้นั้น หากไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ ให้แจ้ง ผู้บังคับบัญชาของตนตามลำดับชั้น ทั้งนี้บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสดังกล่าวและจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที
๔.๑.๘ บริษัทมีนโยบายว่า พนักงานพึงระลึกอยู่เสมอว่า การเป็นพนักงานขององค์กร คือการปฎิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ดังนั้น ไม่ว่างานนั้นจะมีความยากหรือง่าย พนักงานไม่ควร บอกปฎิเสธจนกว่าจะได้มีการปฎิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถ และได้ปรึกษาผู้บังคับบัญชาอย่างต่อเนื่อง
๔.๑.๙ พึงเคารพในบริษัทฯ หรือสถาบัน หรือนโยบายของบริษัท ไม่ว่านโยบายบริษัทจะเป็นอย่างไร ขอให้พึงระลึกถึงอยู่เสมอว่า นโยบายนั้นถูกกำหนดขึ้นบนพื้นฐานของ ความเหมาะสมของ บริษัทและพนักงานโดยส่วนรวมเพื่อประโยชน์สูงสุดของพนักงานโดยส่วนใหญ่ และต้องไม่กล่าวร้ายต่อบริษัทหรือนโยบายของบริษัท หรือในด้านอื่นๆ โดยปราศจากข้อมูลที่เป็นจริง
๔.๒ ต่อผู้บังคับบัญชา
๔.๒.๑ ควรเคารพและให้เกียรติ มีสัมมาคาราวะต่อผู้บังคับบัญชา
๔.๒.๒ ควรรับฟังคำแนะนำจากผู้บังคับบัญชา และควรปฎิบัติงานตามลำดับขั้น การบังคับ บัญชา
๔.๒.๓ ควรปฎิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งโดยชอบด้วยหน้าที่ แต่หากมีเหตุหรือเหตุการณ์ใดๆ ที่ทำให้ไม่อาจปฎิบัติตามคำสั่งได้ ต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบทันที
๔.๓ ต่อผู้ใต้บังคับบัญชา
๔.๓.๑ ต้องปฎิบัติในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะการบริหารงานบุคคลโดยรวมต่อผู้ใต้บังคับบัญชา
ให้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรมและเหมาะสม
๔.๓.๒ ส่งเสริม และพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถในการปฎิบัติงาน
๔.๓.๓ รับฟังข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะของผู้ใต้บังคับบัญชาและพยายามประสานความคิดเพื่อนำไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัท
๔.๓.๔ เข้าใจในสภาพการทำงาน วิธีการและขั้นตอนในการปฎิบัติงาน ตลอดจนช่วยแนะนำ สนับสนุน และแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการทำงานด้วยความเต็มใจ
๔.๓.๕ ปฎิบัติและใช้วาจาต่อผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความสุภาพ เคารพในความเป็นปัจเจกชนและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ไม่ดูถูกเหยียดหยามหรือปฎิบัติ และใช้วาจาที่จะก่อให้เกิดความแตกแยกแตกสามัคคี
๔.๔ ต่อเพื่อนร่วมงาน
๔.๔.๑ ต้องปรับตัวให้สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ พร้อมทั้งให้เกียรติ เคารพในสิทธิและรับฟัง ความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน
๔.๔.๒ ต้องเอาใจใส่ต่องานในหน้าที่ และมีความรับผิดชอบต่อผู้ร่วมงาน ตักเตือน หรือ แนะนำเมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานกระทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาสม และอดกลั้น รู้จักช่วยเหลือซึ่งกัน
และกัน
๕. กิจกรรมภายนอกของพนักงาน
๕.๑ จะต้องอุทิศเวลาให้กับการปฎิบัติงานของบริษัท อย่างเต็มที่ การที่พนักงานจะเข้าร่วมกิจกรรม ภายนอกของบริษัท จะต้องระมัดระวังและหลีกเลี่ยงกรณีที่อาจนำไปสู่ข้อสงสัยในความซื่อสัตย์สุจริต การแสวงหาผลประโยชน์ส่วนบุคคล และประกอบธุรกิจแข่งขันกับบริษัทหรือลูกค้า
๕.๒ การแสดงตนของพนักงานต่อองค์กรภายนอก พนักงานจะต้องแสดงความชัดเจนว่ากระทำในนาม ส่วนตัว หรือในฐานะตัวแทนบริษัท
๕.๕ การได้รับผลตอบแทนจากกิจกรรมภายนอกที่พนักงานเข้าร่วม ในฐานะตัวแทนของบริษัทจะต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบและให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชา
๖. การเก็บรักษาความลับของลูกค้า
การเก็บรักษาความลับของลูกค้า และหน่วยงานภายในบริษัทก็เป็นปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่งที่จะทำให้บริษัทได้รับความเชื่อถือไว้วางใจจากลูกค้าได้ บริษัทกำหนดหลักเกณฑ์ให้ถือปฎิบัติดังต่อไปนี้
๖.๑ ต้องจัดเก็บข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานของลูกค้าไว้ในที่ปลอดภัย และระมัดระวังไม่ให้ข้อมูลของลูกค้าถูกเปิดเผยโดยไม่ตั้งใจ
๖.๒ ต้องไม่เปิดเผยข้อมูลลูกค้าให้พนักงานของหน่วยงานอื่นหรือบุคคลอื่นรับทราบ อันอาจมีผลกระทบต่อผลประโยชน์หรือภาพพจน์ของลูกค้า เว้นแต่
(๑) ได้รับความยินยอมจากลูกค้าเป็นลายลักษณ์อักษรให้เปิดเผยข้อมูลได้
(๒) คำสั่งศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายในประเทศไทย สั่งให้รายงานหรือเปิดเผยข้อมูล
(๓) การเปิดเผยข้อมูลนั้น กระทำไปเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับบริษัท อันเนื่องมาจากการกระทำที่ผิดกฎหมายของลูกค้า หรือเป็นการรายงานผลการปฎิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
๗. วิธีปฎิบัติเกี่ยวกับการรับข้อร้องเรียนจากลูกค้ารวมถึงผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ
บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายและแนวทางปฎิบัติในการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน (Whistie Blowing Policy) เพื่อให้การพิจารณาข้อร้องเรียนมีความยุติธรรมทั้งฝ่ายผู้ร้องเรียน ดังนั้นบริษัทจึงกำหนดกฎเกณฑ์ให้ถือปฎิบัติดังนี้
๗.๑ บริษัทจะไม่รับพิจารณาข้อร้องเรียนที่มีลักษณะเป็นบัตรสนเท่ห์ หรือหนังสือร้องเรียนแทนผู้อื่น
๗.๒ การร้องเรียนของผู้มีส่วนได้เสียจะต้องจัดเป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีรายละเอียดอย่างชัดเจน ได้แก่ชื่อ-นามสกุล ของผู้ร้องเรียนและผู้ถูกร้องเรียน เหตุผลที่ร้องเรียน และสิ่งที่จะขอให้บริษัทดำเนินการ รวมทั้งนำส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผู้ร้องเรียน (ถ้ามี) ส่งให้หน่วยงาน
๗.๓ บริษัทจะจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณา และดำเนินการตามความเหมาะสม
๗.๔ คณะกรรมการการตรวจสอบจะรวบรวมหนังสือร้องเรียนของลูกค้า และเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องจัดเก็บรักษาไว้ เพื่อการอ้างอิง และตรวจสอบในอนาคต
ขอบเขต อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการ/ผู้ถือหุ้น/ผู้จัดการฝ่าย
กรรมการ/ผู้ถือหุ้น /ผู้จัดการฝ่าย มีขอบเขต อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบดังต่อไปนี้
๑. รับนโยบาย และการบริหารงานทั้งหมดที่ได้รับมอบหมาย
๒. วางกลยุทธ์ให้บรรลุเป้าหมายตามแผนการดำเนินงานและนโยบายที่กำหนด
๓. อนุมัติการใช้จ่ายเงินลงทุนที่สำคัญ ที่ได้กำหนดไว้
๔. พิจารณาอนุมัติในแผนปฎิบัติงาน และนโยบายของแต่ละฝ่าย พร้อมทั้งติดตามและดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนงานและนโยบายที่กำหนด
๕. สั่งการ ออกระเบียบ ประกาศ บันทึก เพื่อให้การปฎิบัติงานเป็นไปตามนโยบาย และผลประโยชน์ของบริษัท และเพื่อรักษาระเบียบวินัยภายในองค์กร
๖. อนุมัติการแต่งตั้ง การว่าจ้าง การโยกย้าย และการเลิกจ้างพนักงาน
๗. ดูแลการทำงานของพนักงานให้ประกอบธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ ปฎิบัติตามกฎหมาย ศีลธรรมและวัฒนธรรมอันดีทั้งต่อผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงานและกรรมการ/ผู้ถือหุ้น/ผู้จัดการฝ่าย
๘. ส่งเสริมพัฒนาองค์กรและบุคลากร ให้มีความรู้ความสามารถเต็มศักยภาพ สร้างวัฒนธรรมองค์กรจรรยาบรรณวิชาชีพ
๙. ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ในกระบวนการเพิ่มผลผลิตและพัฒนาธุรกิจต่อเนื่อง โดยอาศัยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเต็มศักยภาพ
๑๐. ปฎิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัท
ภาคผนวก
รูปภาพประกอบการอบรม จรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ
รูปที่ 1 พนักงานลงทะเบียนเข้ารับการอบรม จรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ
รูปที่ 2 พนักงานเข้ารับการอบรม จรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ

รูปที่ 3 พนักงานเข้ารับการอบรม จรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ